ย้ำความมั่นใจ Maxwell ได้รับรางวัล Top Brand Awards 2019

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 สมาคม TSA ได้จัดงาน The Ceremony of the 3rd Committees of Thai Security Association และ The 5th Thailand NB-IoT Ecosystem Summit

โดย บริษัท แมกซ์เวลล์ อินทิเกรชั่น จำกัด ได้รับรางวัล Top Brand Awards 2019 ช่วยย้ำให้ลูกค้ามั่นใจในประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยจากสินค้าของ Maxwell 

ปกป้องทรัพย์สินและชีวิตของคนที่คุณรัก เลือกระบบความปลอดภัยให้บ้าน  เลือกสินค้า Maxwell นะคะ

 

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทำงานอย่างไร และช่วยลดความเสียหายได้แค่ไหน?

ไขข้อข้องใจ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน?

อุปกรณ์ Fire Alarm เป็นส่วนสำคัญของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โดยแต่ละอุปกรณ์มีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การตรวจจับควันและความร้อน การส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม ไปจนถึงการแจ้งเตือนผู้ใช้อาคารเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ ระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่ออุปกรณ์เหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างถูกต้อง

ระบบ Fire Alarm ไม่ได้มีเพียงอุปกรณ์ส่งสัญญาณแจ้งเตือน แต่ประกอบด้วยอุปกรณ์หลายประเภท เช่น Smoke Detector, Heat Detector, Fire Alarm Control Panel, Alarm Bell และ Manual Station ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทสำคัญในการตรวจจับ ประมวลผล และแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ (Smoke Detector)

Smoke Detector เป็นอุปกรณ์ Fire Alarm สำหรับตรวจจับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบควันในระดับที่กำหนด จะส่งสัญญาณไปยัง Fire Alarm Control Panel เพื่อสั่งแจ้งเตือน เหมาะสำหรับพื้นที่ทั่วไป เช่น สำนักงาน ห้องพัก ทางเดิน และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดควันจากเพลิงไหม้

อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector)

Heat Detector ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงขึ้นผิดปกติหรือถึงระดับที่กำหนด แล้วส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม Fire Alarm เหมาะกับพื้นที่ที่อาจมีควันหรือไอจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการใช้ Smoke Detector ก็มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น

  • Rate-of-Rise เป็นการตรวจจับความร้อนตามอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิ เช่น ถ้าภายใน 1 นาทีมีอุณหภูมิห้องสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ก็จะมีการส่งสัญญาณไปที่ตู้ควบคุม
  • Fixed Temperature เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนชนิดจับอุณหภูมิคงที่ ก็คือถ้าอุณหภูมิบริเวณนั้น ๆ แตะจุดสูงสุดของเซนเซอร์ที่ได้ตั้งไว้ เช่น 70 องศาเซลเซียส มันก็จะส่งสัญญาณไปที่ตู้ควบคุม
  • Mechanical Heat Detector เป็นการผสมผสานกันระหว่าง Rate of Rise และ Fixed Temperature นั่นเอง

ตู้ควบคุม (FIRE ALARM CONTROL PANEL)

Fire Alarm Control Panel เป็นศูนย์กลางรับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับและอุปกรณ์แจ้งเหตุ เมื่อได้รับสัญญาณผิดปกติ ตู้ควบคุมจะประมวลผลและสั่งให้อุปกรณ์แจ้งเตือนทำงาน รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นตามการออกแบบของอาคาร

อุปกรณ์แจ้งเตือน (Alarm Bell / Sounder)

อุปกรณ์แจ้งเตือนทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนเมื่อระบบตรวจพบเหตุเพลิงไหม้ เพื่อแจ้งให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารรับรู้และดำเนินการตามแผนฉุกเฉิน

อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Station / Manual Call Point)

Manual Station ช่วยให้ผู้ใช้อาคารสามารถแจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยตนเอง โดยกดหรือใช้งานอุปกรณ์เมื่อพบเหตุ จากนั้นสัญญาณจะถูกส่งไปยัง Fire Alarm Control Panel เพื่อดำเนินการแจ้งเตือน

อุปกรณ์ Fire Alarm ทำงานร่วมกันอย่างไร?

อุปกรณ์ Fire Alarm แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบ ตั้งแต่ Smoke Detector หรือ Heat Detector ตรวจพบสัญญาณผิดปกติ ส่งข้อมูลไปยัง Fire Alarm Control Panel เพื่อประมวลผล และสั่งให้อุปกรณ์แจ้งเตือน เช่น Alarm Bell หรือ Sounder ทำงาน
นอกจากนี้ ผู้ใช้อาคารยังสามารถแจ้งเหตุด้วย Manual Station หรือ Manual Call Point เมื่อพบเหตุเพลิงไหม้ได้โดยตรง การเลือกและติดตั้งอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือก อุปกรณ์ Fire Alarm ให้เหมาะกับพื้นที่มีความสำคัญ เพราะ Smoke Detector, Heat Detector และอุปกรณ์แจ้งเตือนแต่ละประเภทมีหน้าที่และข้อจำกัดแตกต่างกัน

ระบบ Fire Alarm ทั่วไปกับ Smart Fire Alarm ต่างกันอย่างไร?

ระบบ Fire Alarm ทั่วไปสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุภายในอาคารได้ แต่การรับรู้เหตุอาจจำกัดอยู่ที่พื้นที่ติดตั้งระบบ และยังต้องอาศัยผู้ดูแลเข้าตรวจสอบเหตุการณ์
Smart Fire Alarm เป็นการยกระดับระบบให้สามารถส่งข้อมูลและการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลผ่านระบบหรือแอปพลิเคชัน รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและระบบฉุกเฉินอื่นตามการออกแบบของแต่ละโครงการ

ต้องการติดตั้งหรืออัปเกรดระบบแจ้งเตือนไฟไหม้?
ดูรายละเอียดระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ Smart Fire Alarm จาก MAXWELL

ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ได้ทั้งหมด แต่มีบทบาทสำคัญในการตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุให้ผู้ใช้อาคารรับรู้ได้รวดเร็วขึ้น การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม พร้อมการออกแบบและตรวจเช็กระบบอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบพร้อมทำงานเมื่อเกิดเหตุ และช่วยสนับสนุนการตอบสนองและอพยพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ ระบบไฟอลาม ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
และระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ สามารถติดต่อสอบถามกับ MR.MAXWELL ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ เรายินดีให้คำแนะนำเสมอ

ต้องการติดตั้งหรืออัปเกรดระบบแจ้งเตือนไฟไหม้?
ดูรายละเอียด ระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ Smart Fire Alarm จาก MAXWELL

Tel. 02-374-4060
E-mail: support@maxwell.co.th
Line @maxwellsecurity
Facebook : https://www.facebook.com/RiscoDistributorThailand/
สายด่วน Hotline (24 ชั่วโมง) 085-485-3500
หรือติดต่อพนักงานขาย 085-485-3501

กันขโมยแบบไร้สาย vs แบบเดินสาย เลือกแบบไหนดี?

แบบเดินสาย
มีค่าเดินสายในแต่ละจุด อุปกรณ์มีราคาถูกกว่า

แบบไร้สาย
ไม่มีค่าเดินสาย อุปกรณ์มีราคาสูงกว่า

สรุป : แบบไร้สายติดตั้งเร็วกว่าเหมาะกับบ้านที่พร้อมอยู่อาศัยแล้ว

แบบเดินสาย
สำหรับบ้านที่กำลังก่อสร้างระยะเวลาในการติดตั้งจะนานขึ้นอยู่กับงานโครงสร้างและความพร้อมในแต่ละส่วนของบ้านซึ่งต้องทำไปพร้อมกัน จึงทำให้ต้องเข้าไปติดตั้งหลายครั้ง

แบบไร้สาย
ใช้เวลาติดตั้ง 3-4 ช.ม.ขึ้นอยู่กับจำนวนอุปกรณ์

สรุป : แบบไร้สายติดตั้งเร็วกว่าเหมาะกับบ้านที่พร้อมอยู่อาศัยแล้ว

แบบเดินสาย
ต้องมีการเจาะผนัง เดินสายไฟ ต้องเข้าติดอุปกรณ์หลายครั้ง

แบบไร้สาย
ติดตั้งง่าย เพียงยึดอุปกรณ์ตามจุดต่างๆ

สรุป :ในการติดตั้งอุปกรณ์แบบไร้สายติดตั้งง่ายสะดวกรวดเร็วกว่า

แบบเดินสาย
ปลอดภัยด้วยระบบเดินสาย ใช้งานเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านสาย Lan และสายโทรศัพท์

หากเกิดกรณีไฟฟ้าดับตัวตู้ควบคุมมีแบตเตอรี่ Backup ภายในตัวใช้งานได้ 6-8 ช.ม.

ควบคุมสั่งงงาน แจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ 

 

แบบไร้สาย
ปลอดภัยด้วยระบบไร้สายที่ใช้คลื่นความถี่ระดับสูง 868 MHz ไม่ถูกรบกวนให้ระบบเกิดความผิดพลาดจากคลื่นความถี่อุปกรณ์ต่างๆ 

หากเกิดกรณีไฟฟ้าดับตัวตู้ควบคุมมีแบตเตอรี่ Backup ภายในตัวใช้งานได้ 6-8 ช.ม.

ควบคุมสั่งงงาน แจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ 

สรุป :ในการติดตั้งอุปกรณ์แบบไร้สายติดตั้งง่ายสะดวกรวดเร็วกว่า

อย่าลืมว่ากันขโมยที่ดี ต้องผลิตจากวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำที่สุด และที่สำคัญ ต้องมีบริการหลังการขายที่มีความเชียวชาญเมื่อระบบมีปัญหาอีกด้วย

“ปกป้องบ้านตัวจริง ไม่ทิ้งงาน ต้องกันขโมย Maxwell”

5 เทคนิคการเลือกกล้องวงจรปิดให้โดนใจ และไฉไลเมื่อติดอยู่ในบ้าน

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกลมากในทุก ๆ ธุรกิจ สินค้า และบริการ ไม่เว้นแม้แต่กล้องวงจรปิดเอง ที่มีให้เลือกหลากหลายระบบ ครบทุกฟังก์ชันสุด ๆ ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ แอบคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะซื้อกล้องวงจรปิดแบบไหนดี เพราะมีให้เลือกเยอะเหลือเกิน
.
สำหรับใครที่มีแพลนจะติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อแบบไหนยังไง หาคำตอบจากบทความนี้ได้เลย MR.MAXWELL รวบรวมเทคนิคการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดให้ได้รุ่นที่โดนใจที่สุดมาไว้ให้แล้ว หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจเลือกซื้อกล้องวงจรปิดกันได้ง่ายขึ้นนะ

.
1. ซื้อมาเพื่ออะไร ?
ขั้นแรกให้คิดก่อนว่าเราจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ใช้งานอะไร แน่นอนว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่ากล้องวงจรปิดมีไว้สำหรับบันทึกภาพ แต่กล้องวงจรปิดนั้นมีหลายประเภท เราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเราจะติดตั้งกล้องวงจรปิดตรงจุดไหน เพื่ออะไร จะได้เลือกใช้ได้อย่างถูกประเภท

.
2. เลือกกล้องวงจรปิดที่ใช้เลนส์คุณภาพดี ทำให้ได้ภาพที่ละเอียดและคมชัด
แนะนำว่าควรลงทุนกับกล้องที่ใช้เลนส์คุณภาพสูง เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและมีความละเอียดสูง และเลือกเลนส์ที่เหมาะกับความต้องการ เช่น เลนส์กว้าง เพื่อจะได้เก็บภาพได้หมด หรือเลนส์ซูม เพื่อจะได้ดูดีเทลได้ชัดเจน ซูมยังไงภาพก็ไม่แตก เป็นต้น เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นมา จะได้มีภาพหลักฐานที่ชัดเจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินคดีต่อได้ และอาจจะช่วยให้ตามจับคนร้ายได้ง่ายขึ้น

.
3. ระยะอินฟาเรดก็สำคัญ เพราะมันจำเป็นในตอนกลางคืน
กล้องวงจรปิดที่มีระบบไฟอินฟาเรด จะช่วยให้จับภาพในเวลากลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงเมื่อนึกถึงกล้องระบบอินฟาเรดก็คือ “ระยะอินฟาเรด” เพราะยิ่งมีระยะไกลเท่าไหร่ ยิ่งสามารถส่องไฟได้ไกลขึ้นเท่านั้น ทำให้จับภาพได้อย่างไม่ติดขัด แต่ก็ต้องเลือกตามขนาด ความกว้าง และความสูงของสถานที่ที่จะติดตั้งกล้องด้วย เช่น ถ้าติดตั้งภายในอาคาร อาจจะเลือกใช้ระยะอินฟาเรดที่ 10-15 เมตร ส่วนภายนอกอาคารจะอยู่ที่ 20-25 เมตร แต่ถ้าเป็นโกดังใหญ่ ๆ สูง ๆ ควรใช้ระยะประมาณ 25-30 เมตร

.
4. เลือกกล้องที่มีความทนทาน เพื่อการใช้งานที่ยืนยาว
อย่าเห็นแก่ของถูก ! จะซื้อทั้งทีก็เลือกดี ๆ ไปเลยดีกว่า เพราะกล้องวงจรปิดมันต้องใช้งานตลอดเวลา และมีผลต่อความปลอดภัยของเรา ควรจะลงทุนกับมันสักหน่อย บางรุ่นถึงจะราคาแพงแต่ได้คุณภาพดีก็คุ้มอยู่นะ แต่ถ้าเลือกซื้อมาเพราะราคาถูก คุณภาพก็อาจจะตามราคา ใช้ได้ไม่นานก็พัง ต้องมาเสียตังค์ซื้อใหม่อีก สู้เอาเงินที่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ ไปซื้อของคุณภาพดี มีความทนทานสูงไปเลยดีกว่า คุ้มกว่ากันเยอะ จะได้ใช้งานได้ยาว ๆ

.
5. ควรมีการรับประกันและบริการหลังการขาย ไม่หนีหายเมื่อซื้อขายจบแล้ว
ถ้าสินค้าไม่มีประกันและบริการหลังการขาย เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าสินค้านั้นดีจริง ? ยิ่งถ้าเสียเงินซื้อไปแล้วเกิดพังก่อนเวลาอันควร เราจะต้องเสียเงินซื้อใหม่หรือซ่อมเองเหรอ ? แต่ถ้าซื้ออันถูก ๆ ก็อาจจะต้องทำใจว่าคงไม่ค่อยมีประกันหรือบริการหลังการขายให้เท่าไหร่ เพราะถือว่าราคาถูกแล้ว ส่วนใหญ่อันที่ราคาสูงมักจะได้การบริการที่ดีตามไปด้วย เหมือนคิดค่าบริการรวมไปด้วยแล้วนั่นเอง จ่ายทีเดียวเพื่อความสะดวกสบายดีกว่านะ

.
ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกซื้อสินค้าอะไรก็ตาม ควรถามหาประกันและบริการหลังการขายเอาไว้ด้วย เพราะถ้าไม่มีให้เซย์โนไปเลยดีกว่า ถึงแม้ว่าสินค้าจะถูกใจแค่ไหนก็ตาม
.
แอบแถมข้อพิเศษให้อีกสักข้อแล้วกันนะ ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าให้เลือกใช้กล้องวงจรปิดที่สามารถใช้งานร่วมกับสัญญาณกันขโมยได้ด้วย เพื่อการป้องกันภัยแบบดับเบิล เพราะอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่ากล้องวงจรปิดทำได้แค่บันทึกภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีทางรับรู้ได้เลย มีแค่ภาพหลักฐานอย่างเดียว
.
แต่ถ้ามีสัญญาณกันขโมยมาเสริมทัพก็จะลดโอกาสการเกิดเหตุร้ายได้ในระดับนึงเลยทีเดียว เพราะตัวสัญญาณกันขโมยมีฟังก์ชันตรวจจับความเคลื่อนไหวทั้งภายในและภายนอกบ้าน และที่สำคัญคือมันจะส่งเสียงไซเรนให้ทุกคนได้รับรู้เมื่อมีภัยเกิดขึ้น พร้อมแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ล้ำสุด ๆ ไปเลย !
.
ถูกใจกันไหมเอ่ยสำหรับเทคนิคดี ๆ ที่ MR.MAXWELL นำมาแชร์ในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะสามารถเลือกซื้อกล้องวงจรปิดกันได้อย่างถูกใจและไร้กังวลนะ

รู้ไว้ป้องกันตัว วิธีรับมือโจรเมื่อยามโดนบุกเข้าบ้าน และต้องเผชิญตัวต่อตัว!

หากเราเป็นคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้อะไร ก็คงจะกังวลใจอยู่ไม่น้อยหากเกิดภัยร้ายขึ้นกับตัว โดยเฉพาะเหตุโจรขึ้นบ้าน ที่เราก็อยู่บ้านของเราดี ๆ ก็มีคนร้ายโผล่เข้ามา เชื่อว่าหลายคนคงจะช็อกและตกใจจนทาอะไรไม่ถูกแน่
.
และยิ่งถ้าอยู่คนเดียวด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้นไปอีก เพราะจะให้สู้กับโจรเองก็คงไม่ไหว จะร้องขอให้ใครช่วยก็ยาก แต่ถ้าหากเรามีวิธีป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อน ก็อาจจะช่วยลดโอกาสการโดนทาร้ายร่างกายหรือโดนทาลายทรัพย์สินได้บ้าง มาดูกันดีกว่าว่าวิธีรับมือโจรเมื่อโดนบุกบ้านมีอะไรบ้าง ?

5 วิธีรับมือโจรเมื่อยามโดนบุกเข้าบ้าน และต้องเผชิญตัวต่อตัว จาก Maxwell Security ผู้นำด้าน สัญญาณกันขโมย

1. ตั้งสติให้เร็วที่สุด เพื่อหยุดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อร่างกายและทรัพย์สิน
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สิ่งที่ทุกคนควรมีเสมอก็คือ “สติ” ยิ่งถ้าอยู่ในสถานการณ์สุดคับขันอย่างโจรขึ้นบ้านแล้ว การมีสติสาคัญมากจริง ๆ เพราะถ้าเราไม่มีสติอาจจะยิ่งทาให้เหตุการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีกก็ได้ เช่น โดนทาร้ายร่างกาย หรือโดนขโมยหรือทาลายทรัพย์สิน ดังนั้น หากเจอโจรขึ้นบ้านแบบประชิดตัวจริง ๆ ให้พยายามตั้งสติให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจะได้คิดหาหนทางว่าจะเอาตัวรอดยังไงต่อไปให้ปลอดภัยและรวดเร็วมากที่สุด

2. เช็กให้ดีว่าโจรมีอาวุธหรือเปล่า
ถ้าคนร้ายไม่ได้พกอาวุธมาด้วยก็ถือว่ายังโชคดีอยู่ เพราะยังพอจะหาลู่ทางหลบหนีแบบปลอดภัยได้ แต่ถ้าคนร้ายมีอาวุธมาด้วย ก็อาจจะพูดเกลี้ยกล่อมให้สถานการณ์ดูเบาลง หรือดึงความสนใจของคนร้ายไปที่จุดอื่น เพื่อเซฟความ
ปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ก่อน อย่าพูดจาแรง ๆ หรือข่มขู่คนร้ายเด็ดขาด เพราะอาจจะทาให้คนร้ายฟิวส์ขาดและอาละวาดรุนแรงกว่าเดิมได้
.
3. พยายามมองหาทางออกที่ใกล้ที่สุด เพื่อหนีให้หลุดจากคนร้าย
หากดูแล้วว่าการวิ่งหนีเป็นวิธีที่ดีสุดที่ควรทาในตอนนั้น ให้มองหาทางออกที่ใกล้ที่สุดไว้ก่อน หลังจากนั้นหาจังหวะที่คิดว่าน่าจะหนีพ้นแล้ววิ่งให้สุดแรง อาจจะวิ่งไปหาเพื่อนบ้านที่รู้จักกัน หรือวิ่งไปยังจุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือ
.
4. โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตารวจและคนใกล้ชิด ให้ช่วยกันคิดหาทางช่วยเหลือเรา
แน่นอนว่าเวลาเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นกับเรา เราควรจะโทรหาคนใกล้ตัวเพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบ จะได้หาหนทางช่วยเหลือเราได้ทันเวลา และอย่าลืมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตารวจด้วย เพื่อเป็นการเซฟตัวเองอีกทาง เพราะบางทีตารวจก็อาจจะมีทางออกตามกฎหมายที่ช่วยปกป้องและคุ้มครองเราได้หลังเกิดเหตุ

5. ติดสัญญาณกันขโมย หรือสัญญาณกันขโมยบ้านเพื่อเป็นปราการด่านแรกในการยับยั้งโจร และลดโอกาสในการที่โจรจะเข้ามาภายในบ้าน

ไม่ว่าจะอยู่บ้านคนเดียวหรืออยู่กันเป็นครอบครัว สิ่งที่ควรมีติดบ้านเอาไว้อย่างมากคือ สัญญาณกันขโมย เพราะบางทีการที่สัญญาณกันขโมยดังขึ้นเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในบ้าน อาจจะทาให้โจรตกใจและหนีไปเลย ไม่กลับมาเยี่ยมเยียนอีก และนอกจากจะช่วยไล่โจรได้แล้ว สัญญาณกันขโมยยังสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันในการส่งแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุร้ายในบ้าน ควบคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน (ระบบเปิดปิดไฟอัจฉริยะ) และบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ได้ด้วย

หากเรามีสกิลศิลปะการต่อสู้อยู่บ้าง ก็อาจจะกระวนกระวายใจน้อยกว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานเลยเมื่อโจรบุกบ้าน เพราะอาจจะหาจังหวะในการต่อสู้กลับหรือขัดขืนกับคนร้ายได้ แต่คงจะดีกว่าถ้ามีวิธีป้องกันตัวที่ไม่ต้องเจ็บตัวอย่างสัญญาณกันขโมย ระบบกันขโมยที่ติดตั้งแค่ครั้งเดียว แต่ใช้ได้ยาว ๆ แถมใช้งานได้หลายฟังก์ชันอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสัญญาณกันขโมย, สัญญาณกันขโมยบ้าน, กันขโมยขึ้นบ้าน หรือระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ เซ็นเซอร์กันขโมย กล้องกันขโมย กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิด wifi เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตลอดจนบริการติดตั้ง EV Charger ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคาคุ้มค่าของ MAXWELL ได้ที่ :
Tel. 02-374-4060
E-mail: support@maxwell.co.th
Line @maxwellsecurity
Facebook : https://www.facebook.com/RiscoDistributorThailand/
สายด่วน Hotline (24 ชั่วโมง) 085-485-3500
หรือติดต่อพนักงานขาย 085-485-3501

แจ้งความอย่างไรเมื่อโจรขึ้นบ้าน

“โจรขึ้นบ้าน” เป็นเหตุการณ์ที่คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับบ้านของตัวเอง เพราะแค่ดูจากในข่าวก็เครียดแล้ว แต่ลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าโจรขึ้นบ้านเราจะทำยังไง ?
.
แน่นอนว่าหลาย ๆ คนน่าจะนึกถึงตำรวจและการแจ้งความเป็นอันดับแรก ๆ หลังจากเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าขั้นตอน วิธีการ และเอกสารในการแจ้งความมีอะไรบ้าง ซึ่งถ้าไม่รู้อะไรแบบนี้มาก่อนการแจ้งความของเราอาจจะไม่ได้อะไรเลย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ หรือไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น เนื่องจากความไม่พร้อมของข้อมูลของเรา
.
บทความนี้จะมาชี้แจงแถลงไขให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อม ๆ กันว่า “ต้องแจ้งความอย่างไรเมื่อโจรขึ้นบ้าน”

หลังจากที่ทราบว่ามีเหตุโจรขึ้นบ้าน วิธีแรกที่ทุกคนควรจะทำมากที่สุดคือ “ตั้งสติ” เพราะถ้าไม่มีสติเราก็จะลนลานทำอะไรไม่ถูก จนอาจจะพลาดการเก็บหลักฐานในการจับตัวคนร้ายก็ได้ ดังนั้นอย่างแรกเลยคือควรมีสติก่อนนะ
.
เมื่อมีสติพอที่จะเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว ให้รีบโทรแจ้ง 191 เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่บ้านของเรา เขาจะได้ส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาเก็บข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้นที่จุดเกิดเหตุ และถ้าที่บ้านทำประกันภัยต่าง ๆ ไว้ ให้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เช่นกัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ควรจะได้
.
หลังจากนั้นให้ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ทั้งทรัพย์สินหรือร่างกาย (หากมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น) แล้วถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
.
อันนี้เป็นเพียงวิธีการเบื้องต้นที่ควรจะทำเมื่อเกิดเหตุโจรขึ้นบ้าน ต่อไปเราจะมาดูกันว่า หากเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ต้องเตรียมข้อมูลและเอกสารในการแจ้งความอย่างไร

เอกสารและข้อมูลเบื้องต้นที่ควรมีเมื่อต้องไปแจ้งความ เพื่อความรวดเร็วและถูกต้องในการดำเนินการ

  1. ระบุวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุให้ถูกต้อง เพราะถ้ามีข้อมูลผิดพลาดเพียงนิดเดียว ศาลอาจจะยกฟ้องได้
  2. พยายามนึกและจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ในตอนนั้น เพื่อจะได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างชัดเจนและครบถ้วน
  3. เตรียมบัตรประชาชน หรือใบแทน ฯ หรือ
  4. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
  5. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือ
  6. หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับชาวต่างชาติ
  7. ในกรณีที่จะไปแจ้งความแทนคนอื่น ให้นำเอกสารเหล่านี้ไปด้วย
    7.1 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
    7.2 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ (ตามคำสั่งศาล)
    7.3 ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตาย หรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ให้นำหลักฐานที่แสดงว่าคุณเป็นผู้ปกครอง ลูกหลาน หรือสามีภรรยา (จดทะเบียนสมรส) มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
    7.4 ใบสำคัญแสดงการอนุญาตของสามีหรือภรรยา แล้วแต่กรณี ให้ร้องทุกข์แทนหรือเป็นตัวแทนโดยสมบูรณ์
    7.5 ในกรณีที่เป็นผู้แทนของนิติบุคคล ให้นำ
          7.5.1 หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งติดอากรแสตมป์ 5 บาท
          7.5.2 หนังสือรับรองนิติบุคคลนั้นของกระทรวงพาณิชย์

หากต้องการแจ้งความเรื่องทรัพย์สินหาย ให้เตรียมข้อมูลและหลักฐานดังต่อไปนี้
1. ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานแสดงการซื้อขายสินทรัพย์นั้น
2. รูปพรรณของทรัพย์สินนั้น ๆ (ถ้ามี)
3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่าง ๆ
4. เอกสารสำคัญต่าง ๆ เท่าที่มี
.
ในกรณีที่ต้องการแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกฆ่า ต้องเก็บหลักฐานมาแจ้งเจ้าหน้าที่ดังนี้
1. อาวุธที่คนร้ายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ หรือพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
2. ให้รักษาสภาพของสถานที่เกิดเหตุเอาไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด อย่าให้ใครเข้าไปแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ
3. รายละเอียดเรื่องราวเท่าที่สามารถเรียบเรียงได้ เพื่อแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
.
หรือต้องการแจ้งความเรื่องทำให้เสียทรัพย์ จะต้องเตรียม
1. หลักฐานต่าง ๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์สินนั้น
2. หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้
3. หากเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ไม่ได้ หรือไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดการเสียหายมากขึ้น เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

แต่วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ให้เกิดเหตุร้าย ๆ ขึ้นก็คือ การติดตั้งระบบกันขโมยและกล้องวงจรปิด ซึ่งจริง ๆ แค่สัญญาณกันขโมยก็เอาอยู่แล้วในการทำให้โจรตกใจและหนีไป เพราะเมื่อมีการบุกรุกเกิดขึ้นจะมีการส่งเสียงไซเรนออกมา เหมือนเป็นการแสดงออกให้รู้ว่าเรารู้แล้วนะว่าคุณจะมาขโมยของในบ้านเรา รีบออกไปซะถ้าไม่อยากถูกจับ หรือถ้าถูกบุกรุกตอนที่ไม่อยู่บ้านก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีแจ้งเตือนผ่าน Application ส่งตรงถึงสมาร์ทโฟนของคุณเช่นกัน ทำให้ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวภายในบ้านแม้เราจะไม่อยู่ก็ตาม แต่ถ้ายังไม่อุ่นใจจะติดกล้องวงจรปิด หรือกล้องกันขโมยเพิ่มด้วยก็ได้ จะได้มีตัวช่วยในการบันทึกภาพการบุกรุก เพื่อเป็นหลักฐานชั้นดีในการนำไปแจ้งความต่อไป

หากคุณกำลังมองหาระบบกันขโมยและกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพ MAXWELL ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นระบบกันขโมย ระบบกล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ เป็นต้น

ระบบกันขโมย MAXWELL นั้นได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง และใช้งานง่าย มาพร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย แยกแยะการตรวจจับได้อย่างชาญฉลาด วิเคราะห์รูปแบบสิ่งที่ตรวจจับ วัตถุสิ่งของ ยานพาหนะ ตรวจจับการอำพรางตัว ไม่ตรวจจับสัตว์ เช่น นก สุนัข แมว

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบกันขโมยและกล้องวงจรปิด MAXWELL ได้ที่ :
Tel. 02-374-4060
E-mail: support@maxwell.co.th
Line @maxwellsecurity
Facebook : https://www.facebook.com/RiscoDistributorThailand/
สายด่วน Hotline (24 ชั่วโมง) 085-485-3500
หรือติดต่อพนักงานขาย 085-485-3501

 

Maxwell ขอเสนอโปรโมชั่นสำหรับงานบ้านและสวน
เพื่อปกป้องทรัพย์สินและคนที่คุณรัก
พร้อมผ่อน 0% สบายๆ

 

พบกันที่งานบ้านและสวน อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 18-27 ตุลาคมนี้

วิธีดูแลผู้สูงอายุ ให้ท่านได้สุขกาย สบายใจ

#การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ยังเป็นวลีฮิตที่ยิ่งเราอายุมากขึ้น จะยิ่งรู้ซึ้งถึงความหมายของมัน ถ้าเราไม่ได้เป็นผู้สูงอายุเองคงจะยังไม่มีวันเข้าใจว่า การเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจในช่วงบั้นปลายของชีวิตมันทรมานขนาดไหน…
.
เชื่อว่าหลาย ๆ ครอบครัวตอนนี้ น่าจะมีสมาชิกภายในครอบครัวที่เป็นผู้สูงอายุกันอยู่ ซึ่งเราจะต้องดูแลเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ เพราะสุขภาพร่างกายของพวกเขาไม่ได้เหมือนตอนหนุ่มสาวแล้ว อาจจะมีความเจ็บป่วยได้ง่าย แต่หายได้ยากขึ้น และนอกจากที่จะต้องดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุแล้ว สุขภาพจิตก็สาคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าสุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วยนั่นเอง
.
MR.MAXWELL เข้าใจดีว่าการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้เราจะมาแนะนา 7 วิธีดูแลผู้สูงอายุ ให้ท่านได้สุขกาย สบายใจ ให้ได้นาไปปรับใช้กัน ลองนาไปทาตามกันดูนะ…

สาหรับผู้สูงอายุนั้น ควรลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง น้าตาล และไขมัน เพราะในแต่ละวันผู้สูงอายุไม่ค่อยได้ใช้พลังงานมากเท่าไหร่นัก หากรับประทานอาหารประเภทนี้ในจานวนมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพได้ เช่น ระดับไขมันและน้าตาลในเลือดสูง, อาหารไม่ย่อย เป็นต้น ทางที่ดีผู้สูงอายุควรเลือกรับประทานอาหารที่มาจากแหล่งโปรตีนที่ดี มีไขมันต่า และทาให้ง่ายต่อการเคี้ยว รวมไปถึงวิธีการทาและปรุงอาหาร ควรจะเน้นที่การต้ม นึ่ง อบ และย่าง เพื่อช่วยลดปริมาณไขมันในอาหาร และไม่ควรรับประทานอาหารรสหวานจัด เค็มจัด และเผ็ดจัด ควรทานอาหารรสอ่อน ๆ จะดีกว่า

2. ออกกาลังกายในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ เพื่อหยุดการเกิดโรคเพิ่ม
อย่างที่ได้บอกไปในข้อแรกว่า ผู้สูงอายุค่อนข้างใช้พลังงานน้อยในแต่ละวัน ซึ่งอาจจะทาให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างน้าหนักเกินหรือโรคอ้วนได้ ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นลูกหลาน ก็ควรจะพาท่านไปออกกาลังกายสักหน่อย อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ถ้าทาได้สัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้งก็จะดีมาก เพื่อช่วยให้ปอดและหัวใจยังคงแข็งแรง และควรจะเป็นการออกกาลังกายแบบเบา ๆ ไม่หนักมากนะ เช่น เดินเร็ว, แอโรบิก, โยคะ หรือราไทเก๊ก เป็นต้น แค่ให้ได้ขยับเขยื้อนร่างกายบ้างก็โอเคแล้วล่ะ
.
สถานที่ที่แนะนาให้ใช้ในการออกกาลังกาย ก็อาจจะเป็นบริเวณสวนน่าบ้านของเราเอง หรือสวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ ขอแค่เป็นบริเวณที่มีความปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก มีต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวให้ได้ชื่นใจสักหน่อย เพราะการอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์และอากาศถ่ายเทสะดวก จะช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ซึ่งทาให้ลดโอกาสการเกิดโรคเพิ่ม

3. ระมัดระวังการใช้ยา (รักษาโรค) ให้มากขึ้น
การรับประทานยารักษาโรคที่มากเกินไป ก็อาจจะทาให้ตับและไตทางานหนักมากขึ้น ดังนั้นผู้สูงอายุควรระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากการทางานของตับและไตในวัยผู้สูงอายุนั้นมีประสิทธิภาพลดลง ผู้สูงอายุไม่ควรทานยาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เช่น ซื้อยาทานเอง ทานยาเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว หรือทานยาของผู้อื่นที่คิดว่ามีอาการเหมือนกัน เพราะอาจจะได้รับผลข้างเคียงจากยาที่ค่อนข้างรุนแรง หรืออาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากมีอาการป่วยควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง หรือใช้ยาภายใต้คาแนะนาจากแพทย์จะดีกว่า

4. จัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
บางทีบ้านรกก็ทาให้เกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุได้นะ เพราะถ้าเราจัดวางข้าวของเครื่องใช้ไม่เป็นระเบียบ เกะกะไปหมด ก็อาจจะทาให้ผู้สูงอายุสะดุดหรือหกล้มได้ แนะนาให้จัดบ้านให้เป็นสัดเป็นส่วนและเป็นระเบียบดีกว่า เพื่อให้หาของใช้ได้ง่ายขึ้น และลดการเกิดอุบัติเหตุไปในตัว
.
แต่ไม่ใช่แค่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้านเท่านั้นที่เราควรทาเพื่อผู้สูงอายุ การมีระบบ Smart Home (บ้านอัจฉริยะ) ภายในบ้านก็ช่วยให้การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แถมยังปลอดภัยอีกด้วย เพราะเราสามารถสั่งงานหรือควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านได้ผ่านสมาร์ทโฟน สามารถควบคุมการเปิดปิดไฟหรือปรับระดับความสว่าง สั่งงานเครื่องปรับอากาศ เปิดปิดม่านตามสภาพแสง สั่งเปิดปิดประตูรั้ว รวมถึงเป็นระบบกันขโมย ซึ่งทุกอย่างสามารถสั่งการและรับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอดเวลา

5. หมั่นตรวจสุขภาพประจาปีอย่างสม่าเสมอ
ไม่ว่าจะวัยไหนก็ควรไปตรวจสุขภาพประจาปีอย่างสม่าเสมอนะ แต่ถ้าไปทุกปีไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยควรไปทุก 3 ปีก็ยังดี ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลก็จะมีโปรแกรมการตรวจสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่เบื้องต้นจะมีการตรวจร่างกายทั่วไป, ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจวัดระดับน้าตาลในเลือด (FPG) และค่าน้าตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c), ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด, ตรวจระดับกรดยูริก, ตรวจการทางานของไต, ตรวจการทางานของตับ, ตรวจการทางานของต่อมไทรอยด์, ตรวจไวรัสตับอักเสบ, ตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง, ตรวจปัสสาวะ, ตรวจอุจจาระ, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), เอกซเรย์ปอด, ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง และตรวจวัดความสามารถในการมองเห็นและความดันลูกตา นอกจากนี้ในส่วนของผู้สูงอายุอาจจะมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจความ
หนาแน่นของกระดูก และทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกาลังกาย (EST) เป็นต้น
.
ถ้าหากเราไปตรวจสุขภาพเป็นประจา จะทาให้เรารู้ว่าตอนนี้สุขภาพเราเป็นอย่างไร หรือถ้าเจออะไรผิดปกติก็จะได้รีบรักษาได้ทัน ก่อนที่จะสายเกินไป ยังไงก็ลองติดต่อสอบถามกับทางโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลที่เราสนใจจะตรวจดูได้นะ เพื่อสุขภาพของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

6. พูดคุย ดูแลเอาใจใส่ และให้เวลา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว
รู้หรือไม่ว่าผู้สูงอายุก็มีปัญหาสุขภาพจิตเหมือนกัน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความสูญเสีย เพราะกว่าจะมาถึงอายุปัจจุบันได้ น่าจะผ่านความสูญเสียคนใกล้ชิดมาพอสมควร อาจจะทาให้เกิดความเศร้าสะสม, รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าจากการเกษียณ เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรทา หรือทาอะไร ๆ ไม่ได้เท่าเดิม, กลัวถูกลูกหลานทอดทิ้ง กลัวไม่ได้รับความรักความดูแล ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพได้อีก เพราะมีความกังวลในจิตใจตลอด ทาให้นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร เป็นต้น
.
วิธีการที่จะช่วยให้สุขภาพจิตของผู้สูงอายุดีขึ้น ได้แก่ คอยพูดคุยด้วยบ่อย ๆ ดูแลเอาใจใส่สม่าเสมอ พาไปเที่ยว พาไปเจอเพื่อนบ้าง หรือมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน อย่าปล่อยให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว และไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่คนเดียวบ่อย ๆ เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตแล้ว อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มเข้ามาด้วย

7. ป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นภายในบ้าน
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สาคัญมากสาหรับทุก ๆ บ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ ยิ่งต้องมีความปลอดภัยสูงขึ้นไปอีก เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละวัน ทั้งภัยจากในบ้านและนอกบ้าน หากเรามีการเตรียมรับมือกับภัยต่าง ๆ เอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุหรือลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในบางส่วน
.
โดยวิธีการรับมือจากเหตุไม่คาดฝันสามารถทาได้ดังนี้ 1.) ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 2.) ติดตั้งสัญญาณกันขโมย เพื่อเซฟผู้สูงอายุจากการถูกบุกรุกแบบถึงตัว เพราะหากมีอะไรไม่ชอบมาพากล มันจะส่งแจ้งเตือนไปยังสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน และให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา 3.) ติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ เพื่อตรวจจับความร้อนและควันไฟก่อนเกิดอัคคีภัย หรือ 4.) ซื้อปุ่มฉุกเฉินให้ผู้สูงอายุ หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้น ผู้สูงอายุสามารถกดปุ่มนี้เพื่อแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังคนในครอบครัวคนอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ยิ่งถ้าใช้ปุ่มฉุกเฉินระบบ Internet Cloud Server จะช่วยให้แจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็วฉับไวกว่าระบบ SimCard หรือสายโทรศัพท์ เพราะระบบนี้สามารถส่งได้ทั้งข้อความ ภาพ และเสียงไปพร้อม ๆ กันได้ ทาให้คนที่ได้รับแจ้งเหตุมีข้อมูลและหลักฐานชัดเจน และยังสามารถใช้งานกับระบบสัญญาณกันขโมยได้ด้วย

.
สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลเอาใจใส่ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้สูงอายุภายในบ้านกันนะ จะได้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ และที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือเรื่องของความปลอดภัย เพราะอะไร ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเรามีเครื่องมือหรืออุปกรณ์คุณภาพดี เทคโนโลยีเลิศ ที่ช่วยให้ชีวิตของเราง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ก็คุ้มค่าที่จะลงทุนนะ

 

Maxwell ขอเสนอโปรโมชั่นสำหรับงานบ้านและสวน
เพื่อดูแลผู้สูงอายุเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน

 

พบกันที่งานบ้านและสวน อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 18-27 ตุลาคมนี้

PIR eyeWAVE ดูภาพเหตุการณ์เสมือนคลิปวิดีโอได้เเล้ววันนี้

แนะนำการทำงานของ PIR eyeWAVE

อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่จะทำงานโดยการยิงลำแสงอินฟาเรดตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้อง จึงมั่นใจได้แม้จะติดตั้งในที่มืด

แจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนผ่านแอพ iRisco ให้คุณทราบทันทีเมื่อมีเซ็นเซอร์ตรวจพบการบุกรุก

ด้วยเทคโนโลยี iRisco Cloud จึงสามารถบันทึกและดูเหตุการณ์ได้ โดยการนำภาพเหตุการณ์มาเรียงลำดับต่อกัน เสมือนได้ดูภาพจากวิดีโอ 

ภาพเหตุการณ์เมื่อดูผ่าน Application ตัวเก่า
ภาพเหตุการณ์และภาพวิดีโอคลิปเมื่อดูผ่าน Application เวอร์ชั่นล่าสุด
ภาพเหตุการณ์แบบวิดีโอคลิป ขณะอุปกรณ์แจ้งเตือน

สนใจสินค้า PIR eyeWave ไว้เฝ้าระวังภัยประจำบ้าน ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันทีค่ะ

มอบความปลอดภัยให้บ้านท่าน ติดต่อได้ที่
Tel : 02-374-4060
E-Mail: support@maxwell.co.th
FB: www.facebook.com/RiscoDistributorThailand
Line@: https://line.me/R/ti/p/%40eme3001i

MAXWELL ต่างจากที่อื่นอย่างไร?

การเลือกอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ เพื่อนำปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของท่านหรือชีวิตของคนที่ท่านรักนั้น ไม่ควรเลือกสินค้าที่เน้นการแข่งขันในด้านราคาแต่เพียงอย่างเดียว เพราะของราคาถูกและแพงย่อมมีเหตุผลทางด้านต้นทุนซึ่งสะท้อนมาถึงราคาขาย ไม่ว่าจะเป็นโดยตัวสินค้าเอง หรือต้นทุนทางด้านงานบริการหลังการขาย สินค้าชนิดอื่นในท้องตลาดก็เช่นกัน ยิ่งมีความแม่นยำสูงเท่า ย่อมมีราคาสูงกว่าของที่มีความแม่นยำต่ำกว่าเสมอ อุปกรณ์ระบบกันขโมยไม่เหมือนเครื่องใช้อื่นๆที่อยู่ในบ้านเพราะความเสี่ยงต่อการที่ระบบล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้อาจนำมาสู่ความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน Maxwell เราเห็นความสำคัญของทุกชีวิต เราจึงเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง สามารถปกป้องและลดความสูญเสียได้จริง พร้อมกับบริการหลังการขายที่ไม่เคยทอดทิ้งลูกค้า มาตลอดกว่า 20 ปี เหตูผลที่ลูกค้ากว่า 20,000 ราย และองค์กรชั้นนำ มั่นใจเลือกใช้สินค้าและบริการกับ Maxwell
  • เชื่อถือได้…..เพราะ เป็นผู้แทนจำหน่ายแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ Risco Wisdom (อิสราเอล) แต่เพียงผู้เดียว Maxwell ยังมีสายการผลิตของตนเองภายใต้ชื่อ Maxwell Security และสินค้าอื่นๆที่ถูกคัดเกรดเฉพาะสินค้าคุณภาพดีเท่านั้น
  • มีให้เลือกทั้งเสียงตอบรับการใช้งาน ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แบบเต็มรูปแบบ (Full Voice Guide)
  • อุ่นใจ… สินค้ารับประกัน 2-3 ปีเต็ม
  • สินค้าใหม่ ของแท้ 100% ไม่ย้อมแมว หรือ เอาสินค้าใช้แล้ว ของซ่อม มาเวียนขาย
  • ทีมงานมืออาชีพ สินค้าดีแค่ไหนถ้าปราศจากการติดตั้งและดูแลโดยผู้ชำนาญอย่างมีมาตรฐานแล้ว สินค้าที่ดีนั้น อาจจะกล่ายเป็นของที่แย่ที่สุด ดังนั้น Maxwell กับพนักงานกว่า 50 ชีวิต พร้อมบริการท่านด้วยใจและระบบงานแบบมืออาชีพ มีการจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้าเป็นระบบ ชัดเจน รวดเร็ว และตรวจสอบได้
  • ไม่เสียความรู้สึก…มีระบบการเคลมประกันและการบริการหลังการขายชัดเจน รวดเร็ว พร้อมสินค้าสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม
  • วางใจ….เมื่อสินค้าเสียหรือมีปัญหา Maxwell มีขีดความสามารถในการซ่อมระบบกันขโมยให้ท่านได้ โดยวิศวกรจากโรงงาน
  • เสีย…ซ่อมได้…Maxwell มีสต็อกอะไหล่ครบทุกรายการ เพื่อให้ท่านได้มั่นใจว่า สินค้าที่เสีย เราซ่อมได้จริง ในเวลาอันรวดเร็ว
  • สะดวก ตอนซื้อและบริการ เพราะ Maxwell มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และในสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • No!!! Made in China…เพื่อรักษาและควบคุมคุณภาพ Maxwell จึงไม่จำหน่ายสินค้าจากประเทศจีน
เพราะความปลอดภัย ไม่ใช่อะไรก็ได้