ภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุ ภัยเงียบที่คุณไม่รู้ตัว

 

รู้จักภาวะเปราะบาง

ภาวะเปราะบางไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะหนึ่งของร่างกายซึ่งอยู่ระหว่างกลางของความสามารถในการทำงานได้กับภาวะไร้ความสามารถ และอยู่ระหว่างความมีสุขภาพดีกับความเป็นโรค เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบบ่อยในผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ที่มีภาวะเปราะบาง ความสามารถทางกายภาพของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายลดลง เพิ่มความรุนแรงของความเจ็บป่วย บกพร่องทางความคิด การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลง ทั้งการเดินและการทรงตัวจนอาจเกิดการพลัดตกหกล้ม และเกิดภาวะพึ่งพาในที่สุด

 

อาการบอกโรค

หากมีอาการตั้งแต่  3 ข้อขึ้นไปจาก 5 ข้อดังต่อไปนี้ถือว่าผู้สูงอายุมีภาวะเปราะบาง

  1. น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  2. รู้สึกเหนื่อยหมดแรง
  3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  4. เดินช้าลง
  5. ออกแรงในชีวิตประจำวันลดลง

 

ผลกระทบจากภาวะเปราะบาง

  • ด้านจิตใจ บกพร่องทางความคิด ภาวะซึมเศร้า รู้สึกสิ้นหวัง
  • ด้านร่างกายสูญเสียความสามารถในการเดินและการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง การทำงานของระบบต่าง ๆ ลดลง
  • ด้านเศรษฐกิจสูญเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื่องจากเกิดภาวะสับสนเฉียบพลันจากการเจ็บป่วย ต้องการคนดูแล การดูแลระยะยาว การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ความพิการ และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตมากขึ้น 

 

ป้องกันก่อนเปราะบาง     

                                                                                            

การป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพให้ไม่เปราะบาง ได้แก่

  • ออกกำลังกายรวมถึงความต้านทานการยกน้ำหนัก ออกกำลังกายขนาดใหญ่ของกลุ่มกล้ามเนื้อโครงร่าง ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงการออกกำลังกาย ความอดทนและความเร็วในการเดิน
  • ไทชิเป็นการออกกำลังกายที่ช้าและอ่อนโยนปรับปรุงความสมดุลและการเดิน
  • ทานอาหารเสริมโดยเพิ่มระหว่างมื้ออาหาร อาหารเสริมโปรตีนช่วยในการรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • บำรุงรักษาสุขภาพช่องปากแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน จำกัดปริมาณน้ำตาล เช่น โซดาและขนม รวมถึงตรวจฟันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ประเมินสิ่งแวดล้อมของบ้านหรือที่อยู่อาศัยรวมถึงความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดการพลัดตกหกล้ม สร้างราวจับในห้องอาบน้ำ พื้นผิวไม่ลื่น ลาดเอียง แสงที่เหมาะสมและระบบกดเรียกฉุกเฉิน
  • คนในครอบครัวมีความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะเปราะบาง สามารถดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง

สำหรับภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุถือเป็นภัยเงียบที่ต้องได้รับการป้องกันเป็นพิเศษ เนื่องจากการให้ความรู้ที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้สูงอายุละเลยการจัดการตนเองเมื่ออยู่ในสภาพความเสื่อมถอยในผู้สูงอายุ และในปัจจุบันด้วยสภาพการทำงานที่ทุกคนในครอบครัวต่างต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จึงทำให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องรักษาอาการอยู่ในพื้นที่พักอาศัยตามลำพัง ซึ่งบุคคลเหล่านี้อยู่ในความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และส่งผลให้เกิดการติดต่อขอความช่วยเหลือที่ล่าช้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตในที่สุด ด้วยความห่วงใยและไม่ต้องการให้ครอบครัวไหนต้องเกิดการสูญเสีย MAXWELL ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรม ปุ่มฉุกเฉิน หรือ ปุ่มฉุกเฉินผู้สูงอายุ เป็นการแจ้งขอความช่วยเหลือที่สามารถทำได้โดยการกดปุ่มเดียวและสามารถรายงาน แจ้งไปยังสมาชิกภายในบ้านได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้รับความช่วยเหลือได้ทันท่วงที อันจะนำไปสู่การลดปัญหาที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย

               Maxwell Elder & Patients Care คือระบบปุ่มฉุกเฉินแบบไร้สายที่สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยข้อความและภาพวิดีโอผ่าน Internet Cloud Server ไปยังสมาร์ทโฟนเพื่อการประสานขอความช่วยเหลืออย่างฉับไว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปุ่มฉุกเฉิน, ปุ่มฉุกเฉินผู้สูงอายุ, ปุ่มขอความช่วยเหลือ และระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ ระบบกันขโมย กล้องกันขโมย กล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมยบ้าน MAXWELL ได้ที่ :
Tel. 02-374-4060
E-mail: support@maxwell.co.th
Line @maxwellsecurity
Facebook : https://www.facebook.com/RiscoDistributorThailand/
สายด่วน Hotline (24 ชั่วโมง) 085-485-3500
หรือติดต่อพนักงานขาย 085-485-3501

ขอแนะนำ

ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุ

ขอความช่วยเหลือทันที..เมื่อมีเหตุด่วน

เปรียบเทียบชัดๆ! ระบบกันขโมยเดินสาย VS ระบบกันขโมยไร้สาย

หากจะติดตั้งระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมยที่บ้านสักชุดจะเลือกแบบไหนดี ?

หลายคนอาจกำลังลังเลหรือไม่แน่ใจว่า ระหว่างระบบกันขโมยแบบเดินสายกับระบบกันขโมยแบบไร้สาย จะเลือกติดตั้งแบบไหนดี ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำข้อดีและข้อเสียของแต่ละระบบ เพื่อให้หลายๆ ท่านที่กำลังสนใจหรือกำลังลังเลว่าจะเลือกใช้ระบบกันขโมยแบบไหน ใช้เป็นข้อพิจารณาในการเลือกให้เหมาะกับบ้านที่สุด

1. ความสเถียรของระบบหรือความแม่นยำในการทำงานของระบบกันขโมย

 

เคยได้ยินมั้ย? คำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าระบบกันขโมยแบบเดินสายมีความสเถียรมากว่าระบบไร้สาย ซึ่งข้อมูลนี้ หากย้อนไปซัก 10 กว่าปีหรือ 20 ปี อาจจะเป็นเช่นนั้น

แต่ในยุคปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาการมาอย่างรวดเร็วและทันสมัยนั้น สามารถพูดได้เต็มปากว่า ระบบกันขโมยแบบไร้สายนั้นมีความสเถียรแทบจะไม่แตกต่างกับระบบเดินสายก็ว่าได้ (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้ายี่ห้อนั้นๆ) หากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี การส่งสัญญาณสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ จะมีการเข้ารหัสและถอดรหัสสัญญาณ ในการสื่อสารทำให้ระบบมีความแม่นยำและปลอดภัยจากการถูกสัญญาณรบกวน

2. การดูแลรักษาระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมย

ได้เปรียบในเรื่องของการดูแลรักษาระบบ ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย เพียงแค่คอยดูแลเรื่อง Battery สำรองสำหรับกล่องควบคุม อาจมีการปัดฝุ่นที่เกาะตามตัวอุปกรณ์เท่านั้นเอง
เช่น Battery สำรองเฉลี่ยตัวละประมาณ 2 ปี ให้เปลี่ยน 1 ครั้งตามอายุและสภาพของ Battery

ระบบกันขโมยแบบไร้สาย ต้องคอยดูแลปรับเปลี่ยน Battery ตามอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำคัญสำหรับใช้ระบบแบบไร้สาย เพราะหากไม่ดูแลเปปลี่ยน Battery ให้อุปกรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ก็จะทำให้ระบบทำงานได้ไม่ครบทุกจุด ทำให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้เมื่อมีการบุกรุก ระบบไม่อาจจะทำการตรวจจับและแจ้งเตือนได้ อายุการใช้งานของ Battery ที่ยาวนานเป็นปี เฉลี่ย 1-3 ปี ขึ้นไปและระบบที่ดีนั้นจะต้องมีการแจ้งเตือน

ควรเช็ค Battery อย่างสม่ำเสมอ เพราะคือหัวใจสำคัญของอุปกรณ์ทั้งหมด ที่สำคัญอย่างคือชนิดและขนาด Battery ที่ใช้ หลายท่านอาจจะเคยพบปัญหา เมื่อ Battery เริ่มอ่อน กลับหาซื้อแบตอันใหม่มาเปลี่ยนไม่ได้ สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปที่ราคาแพงมาก ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจเลือก ชนิดของ Battery เองก็มีตามลำดับ เช่น หากเป็น Battery ชนิดที่เป็น Li ก็จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานมากว่า Battery Alkaline ทั่วไป ดังนั้นหากเลือกใช้ระบบไร้สายก็ต้องคอยหมั่นดูแลตรวจเช็คระบบ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

3. ความยาก-ง่าย ในการติดตั้งระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมย

ระบบกันขโมยแบบเดินสายนั้นจะมีขั้นตอนในการติดตั้งที่ยุ่งยากกว่าระบบไร้สาย เพราะอุปกรณ์ทุกตัวจะต้องมีการเดินสายไปเชื่อมต่อกับกล่องควบคุม และอุปกรณ์บางชนิด เช่น อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับที่ประตู, หน้าต่างแบบเดินสายนั้น จะต้องทำการกรีดผนังวางท่อตามตำแหน่งวงกบประตู/หน้าต่างที่ต้องการติดตั้ง และมีการเจาะเฟรมของวงกบ เพื่อทำการร้อยสายและติดตั้งอุปกรณ์ลงไป ซ้ำการทำแบบนี้จะเหมาะกับบ้านที่อยู่ในขั้นตอนกำลังก่อสร้างเท่านั้น หากเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้วจะใช้ตัวจับประตูหน้าต่างแบบเดินสายก็จะต้องแลกกับการติดตั้งแบบเดินราวกับสายไฟ ซึ่งมักจะไม่นิยมเพราะจะทำให้บ้านลดความสวยงามไป

ระบบกันขโมยแบบไร้สายนั้น จะมีความง่ายและความสะดวกในการติดตั้งมากกว่า เพราะหลังจากทำการติดตั้งชุดกล่องควบคุมเสร็จแล้ว อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจะติดตั้งด้วยการติดเทปกาว หรือยึดน๊อตเท่านั้น ทำให้ระบบไร้สาย มีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง สามารถย้ายตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ได้ง่ายๆ ดังนั้นระบบไร้สายจึงเป็นที่นิยมสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว เพราะงานติดตั้ง ไม่กระทบกับงานตกแต่งภายในบ้านแต่อย่างใด

4. ราคาระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมย

โดยเฉลี่ยแล้วระบบเดินสายมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบไร้สาย เพราะค่าใช้จ่ายจะมีทั้งหมด 2 ส่วนได้แก่ ค่าอุปกรณ์และค่าแรงในการเดินสายและติดตั้ง โดยค่าแรงในการติดตั้งนั้นแทบจะมีอัตราส่วน 30-50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเลยก็ว่าได้และแนวโน้มของค่าแรงในการติดตั้งระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมยมักจะมีราคาที่สูงขึ้นทุกๆ ปี ตามค่าแรงที่มีการปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นไม่ว่าเราจะเลือกสินค้าเกรดไหน ราคาไหน แต่ค่าแรงในการติดตั้งก็แทบจะไม่ต่างกันเลย เพราะการเดินสายนั้นมักจะมีลักษณะการเดินสายที่คล้ายกัน แต่ระบบกันขโมยที่ดีจะมีเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินสายทำได้ง่าย และสามารถลดปริมาณการเดินสายลงได้ ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งลดลงด้วย

ระบบไร้สาย เฉลี่ยแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าระบบเดินสาย เพราะโดยมากมักจะไม่มีค่าแรงในการติดตั้งหรือถ้ามีก็ราคาไม่แพงเท่ากับระบบเดินสายแน่นอน

สรุปว่าในการเลือกระบบนั้นเราต้องพิจารณาหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตามความเหมาะสมของระบบกับหน้างานที่ต้องการติดตั้ง เช่น หากเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว เราจะทำเป็นระบบเดินสาย ก็จะไม่คุ้มค่ากับการที่เราะจะต้องทำการเปิดฝ้า ซ่อมฝ้า ซ่อมงานภายในที่เรียบร้อยไปแล้ว ระบบไร้สายก็น่าจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะราคาถูกกว่าและไม่ต้องเสียค่าซ่อมงานตกแต่งภายในบ้านอีก ส่วนบ้านที่กำลังก่อสร้างก็สามารถเลือกได้ทั้งคู่ ว่าจะใช้แบบไหน

ถ้าไม่สะดวกเรื่องเปลี่ยน Battery ถ้าทำเป็นระบบเดินสายใช้กันยาวๆไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมากมาย แต่ตั้งงบประมาณจำกัดก็สามารถเลือกทำเป็นระบบแบบไร้สายได้ หรือสามารถพบกันครึ่งทางด้วยระบบแบบ Hybrid ก็ได้ คือทำเป็นแบบเดินสายยาวกว่าบางส่วนเป็นแบบไร้สายก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ให้ออกแบบระบบให้และเปรียบเทียบระบบทั้ง2แบบ ให้ลองเลือกดูอีกครั้งเพื่อให้ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวัน ของเราว่าสะดวกแบบไหน มีคอนเซปต์ในการใช้งานอย่างไร

Maxwell ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมยแบบครบวงจร

Maxwell ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมยแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นระบบเดินสาย ระบบไร้สาย หรือระบบ Hybrid เราเลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมรับประกันสินค้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสัญญาณกันขโมย และสัญญาณกันขโมยบ้าน หรือระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ กล้องวงจรปิด กล้องกันขโมย เซ็นเซอร์กันขโมย กล้องวงจรปิด wifi เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตลอดจนบริการติดตั้ง EV Charger ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคาคุ้มค่าของ MAXWELL ได้ที่ :

Tel : 02-374-4060 | e-mail : support@maxwell.co.th

ขอแนะนำ

RISCO AGILITY™4

ระบบความปลอดภัยที่ผสมผสานเข้ากับสมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว

เรื่องจริงจากข่าว เปิดหมดเปลือก ! โจรเจาะเซฟ มีวิธีเลือกเหยื่ออย่างไร?

จากการสอบถามผู้ต้องหาและสถิติทั่วไปของการโจรกรรมที่เกิดขึ้นภายในบ้านก็จะพบว่าพฤติกรรมการโจรกรรม และการเลือกเหยี่อจะคล้าย ๆ กัน โดยอ้างอิงจากข่าวต่าง ๆ จากหน้าสื่อ โดยบทความนี้เราจะมาบอกพฤติกรรมและการโจรกรรมเจาะเซฟของผู้ต้องหาจริง ๆ กันครับ

1.ดูจากมิเตอร์ไฟหน้าบ้าน

หากคุณไม่ได้อยู่ที่บ้านของคุณเป็นเวลานาน ๆ ไม่ว่าจะจากการที่คุณไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ ในระดับสัปดาห์ขึ้นไป มิเตอร์ไฟของคุณจะแทบไม่กระดิกเลย ถึงแม้คุณจะเปิดไฟหลอกโจรก็ตาม โจรก็จะจับพฤติกรรมตรงนี้ได้ และเลือกที่จะโจรกรรมบ้านของคุณ

2.ดูจากตู้จดหมาย


ตู้จดหมายถ้าหากเป็นคนที่อยู่บ้านปกตินั้นก็จะเลือกที่จะเคลียตู้จดหมายเมื่อมีจดหมายมาแล้วเริ่มล้น แต่ถ้าหากคุณไม่ได้อยู่บ้านเป็นเวลานาน ๆ คุณก็จะไม่ได้อยู่เคลียตู้จดหมาย และจะทำให้โจรรู้ว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ และจะมีโอกาสที่จะเลือกบ้านของคุณเป็นเหยื่อ

และเมื่อโจรเข้าบ้านส่วนมากจะมีพฤติกรรมอย่างไร ?

เมื่อโจรเข้ามาในบ้านของคุณและพบว่าไม่มีคนอยู่ในบ้าน โจรจะเลือกเข้าโจรกรรมที่ห้องนอนเป็นอันดับแรก เนื่องจากห้องนอนนั้นสามารถที่จะพบของมีค่าที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก และสามารถค้นได้ง่าย ส่วนมากจะพบกับตู้เซฟที่เก็บทรัพย์สินที่มีค่า และโจรเหล่านี้จะมีวิธีการจัดการกับเซฟเหล่านี้อย่างไร ไปดูกัน

1. ชะแลงงัดเซฟที่ขนาดเล็ก


สำหรับตู้เซฟทั่วไปที่อยู่ในห้องนอน มีขนาดไม่ใหญ่มากนั้น โจรที่เข้ามามักจะใช้ชะแลงในการงัด ซึ่งถ้าเป็นเซฟที่เกรดไม่ได้ดีมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้สามารถงัดได้ง่ายด้วยชะแลง แต่ถ้าหากเป็นเซฟที่คุณภาพดี

2. เครื่องเจียรโดยเฉพาะ งัดเซฟขนาดกลาง


เซฟขนาดกลางที่มีตั้งแต่ 2-3 ชั้นขึ้นไป และมีประตูเหล็กที่ค่อนข้างหนา โจรพวกนี้จะมีเครื่องเจียรที่สามารถเจาะเซฟพวกนี้ได้อย่างเฉพาะ ึ่งจะมีการออกแบบการใช้งานไม่เหมือนกับเครื่องเจียรทั่วไป (ในกรณีตู้คุณภาพดี)

3. แก๊สตัดตู้ ตัดเซฟขนาดกลางถึงใหญ่


ตัดตู้เซฟขนาดใหญ่ได้จนไปถึงตู้เอทีเอ็มเลยทีเดียว แต่ด้วยเนื่องจากขนาดค่อนข้างใหญ่ และพกพายาก ทำให้โจรที่นำแก๊สตัดตู้ไปมักจะไปโจรกรรมในสถานที่ที่สามารถเคลื่อนย้ายตัวได้ง่ายกว่าการนำมาโจรกรรมเซฟในที่ปิด อาทิเช่น ตู้เอทีเอ็มทั่ว ๆ ไป

โดยเมื่อโจรที่เข้ามาในบ้านเราโจรกรรมทรัพย์สินมีค่าไปจากเราได้แล้วจะมีการนำไปขายต่อ โดยถ้าเป็นโจรต่างชาติจะเอากลับบ้านเกิดของพวกเขา แต่ถ้าเป็นของชิ้นใหญ่จะนำไปแปรสภาพก่อนแทนการนำไปขายสภาพปกติ เพื่อทำให้ไม่สามารถแกะรอยได้ ดังนั้นแล้วถ้าหากคุณเป็นร้านทอง หรือร้านรับซื้อของมีค่า ควรตรวจสอบให้ละเอียด เดี๋ยวจะกลายเป็นรับซื้อของโจรเอานะครับ

แต่ถ้าหากใครไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น คุณสามารถลดโอกาสการเกิดการโจรกรรมได้ด้วยการติดสัญญาณกันขโมย ลองเลือกหากันขโมยที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา หรือถ้าหากไม่แน่ใจสามารถปรึกษาได้ทาง inbox แฟนเพจ หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 085-485-3501 MAXWELL ยินดีให้บริการครับ

 

ขอแนะนำ

RISCO AGILITY™4

ระบบความปลอดภัยที่ผสมผสานเข้ากับสมาร์ทโฮมได้อย่างลงตัว

นาทีชีวิต ! โจรจะ ‘ปล้น’ หรือจะ ‘ถอย’ วัดกันแค่ 5 นาที

เหตุโจรปล้นบ้านเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที อย่างในประเทศเยอรมนี (ค.ศ.2015) ก็ได้มีการเก็บสถิติเกี่ยวกับเหตุโจรขึ้นบ้านเอาไว้ โดยพบว่ามีเหตุงัดแงะบ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นก็เกิดขึ้นได้ทั้งตอน ‘กลางวัน’ และ ‘กลางคืน’ ไม่ใช่แค่ตอนกลางคืนอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ และสถิติที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือคนร้ายมักใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ในความพยายามลักลอบเข้าไปในบ้านแต่ละครั้ง



ตัวอย่างเคสในประเทศไทย ที่ผู้ต้องหาก่อคดีย่องเบาตามบ้านมาอย่างโชกโชนหลายราย ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวคมชัดลึกไว้ว่าจะเลือกลงมือใน 2 ช่วงเวลา คือช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากช่วงเวลานั้นมักจะไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน ส่วนใหญ่เดินทางออกไปทำงานกัน และเด็ก ๆ ก็ไปโรงเรียนกันหมด ส่วนอีกช่วงคือในเวลาหัวค่ำ ระหว่าง 19.00 – 21.00 น. ช่วงนี้ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านกำลังเดินทางกลับบ้าน หรือกลับมาแล้วแต่ออกไปซื้อกับข้าว หรือทานข้าวนอกบ้านกันทั้งครอบครัว กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึก ทำให้ทางโล่งโปร่งสบายในการเข้าไปปล้นทรัพย์

 

โดยอุปกรณ์ที่พวกเขาเลือกใช้สาหรับการงัดแงะบ้าน จะเป็นพวกไขควงหรือชะแลง ขนาดเล็ก เพื่อความง่ายต่อการพกพา และความคล่องตัวในการงัดแงะ เพราะต้องแข่งกับเวลา ทุกอย่างต้องรวดเร็ว โดยจะใช้เวลาในการงัดเข้าไปในบ้านไม่เกิน 5 นาที และรื้อค้นไม่เกิน 10 นาที เพราะถ้านานกว่านี้อาจโดนจับได้

 

ส่วนรูปแบบบ้านที่เป็นเป้าหมายของเหล่าโจรนั้น ผู้ต้องหาได้เล่าว่าจะเลือกหมู่บ้านจัดสรรหรือทาวน์เฮาส์เป็นหลัก โดยจะเลือกบ้านที่อยู่ลึกสุดก่อน เพราะคนไม่ค่อยพลุกพล่าน ใครที่อาศัยอยู่ในรูปแบบบ้านประเภทนี้ ต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษนะครับ

 

จะเห็นได้ว่า ในการปล้นบ้านแต่ละครั้งคนร้ายจะใช้เวลาในการพยายามเข้าบ้านเหยื่ออยู่ประมาณ 5 นาที หากภายใน 5 นาทีนี้ไม่สามารถงัดแงะเข้าไปได้ คนร้ายก็มักจะหยุดก่อเหตุ เพราะถือว่าใช้เวลานานเกินไปและอาจจะถูกจับได้เสียก่อน

 

ดังนั้น หากเรามีระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการล็อกประตู-หน้าต่าง อย่างแน่นหนา หรือแม้แต่การติดตั้งสัญญาณกันขโมยที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจจับความผิดปรกติและแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ของบ้าน ก็จะช่วยให้คนร้าย ‘ถอดใจ’ ในการปล้นบ้านของเรา และหนีไปในที่สุด

Cr. nationejobs.com/ schau-thai.blogspot.com

5 ข้อผิดพลาดในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

เดี๋ยวนี้กล้องวงจรปิดหาซื้อได้ง่ายมาก และมีหลากยี่ห้อหลายราคาให้เลือกซื้อเต็มไปหมด ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกว่าการซื้อกล้องวงจรปิดเป็นเรื่องง่าย ซื้อออนไลน์ยังทำได้เลย แต่กล้องวงจรปิดไม่ใช่สินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่องแบบ 100% ขนาดนั้น เพราะเป็นสินค้าเกี่ยวกับความปลอดภัย หากเลือกไม่ดีก็อาจจะมีผลเสียทั้งในระยะสั้นและยาวได้
.
วันนี้ MR.MAXWELL จะพามาดู 5 ข้อผิดพลาดในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด เพื่อให้ทุกท่านตระหนักว่าการจะซื้อกล้องวงจรปิดสักตัวนึง จะต้องมีการพิจารณาและวางแผนมาก่อน เพื่อลดโอกาสในการเจอข้อผิดพลาดหลังสั่งซื้อมาแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียอารมณ์ครับ

1. ภาพไม่ชัดเหมือนที่โฆษณาเอาไว้

สิ่งที่สำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ ในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดก็คือ “ความคมชัดของภาพ” ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้คำโปรยโฆษณาว่ากล้องคมชัดเท่านั้นเท่านี้ แต่พอซื้อมาใช้จริง ๆ กลับพบว่า ภาพที่ได้ไม่ได้คมชัดตามคำเคลม ซูมแล้วภาพแตก ซึ่งส่งผลต่อการเก็บบันทึกภาพเป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดเหตุร้ายขึ้นมา กล้องอาจจะจับภาพคนร้ายได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นควรเลือกซื้อกล้องวงจรปิดที่ได้มาตรฐาน ซึ่งบางรุ่นอาจจะราคาสูงหน่อย แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพของภาพที่ได้ก็คุ้มอยู่นะครับ

2. อุปกรณ์ไม่เสถียร

กล้องวงจรปิดรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ มักจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตหรือ Wi-Fi ได้ เพื่อให้เราสามารถดูภาพเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่ถ้าเราไปเลือกซื้อกล้องวงจรปิดที่ไม่ได้คุณภาพ อาจจะส่งผลให้เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ไม่ตลอดเวลา หรือสัญญาณหลุดบ่อย ทำให้กล้องวงจรปิดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


3. ทีมช่างขาดประสบการณ์

หากเราเลือกซื้อกล้องวงจรปิดตามร้านทั่วไป หรือสั่งซื้อแบบออนไลน์ ส่วนใหญ่ผู้ขายหรือทีมช่างอาจจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากเท่าไหร่ อาจจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับตำแหน่งในการติดตั้งกล้องผิดพลาด ไม่ครอบคลุม ไม่รู้จุดอับหรือจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรและไม่ควรติดตั้งกล้อง ทำให้โจรหลุดรอดการมองเห็นไปได้

4. อะไหล่หายาก ราคาสูง

สำหรับกล้องวงจรปิดยี่ห้อแปลก ๆ ที่เราไม่คุ้นเคย แต่ซื้อมาเพราะราคาถูก เมื่อสินค้าเกิดอาการชำรุดหรือมีปัญหา อาจจะหาที่ซ่อมได้ยาก รวมถึงอะไหล่ก็อาจจะหายากไปด้วย ซึ่งส่งผลให้ราคาอะไหล่และค่าซ่อมสูงได้ แถมต้องรอซ่อมนานเพราะช่างไม่คุ้นเคยกับการซ่อมกล้องยี่ห้อเหล่านี้ ซึ่งการที่ปล่อยให้บ้านไร้กล้องวงจรปิดนาน ๆ ก็มีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน


5. บริการหลังการขายแย่

ต้องตรวจสอบให้ดีว่าร้านที่เราจะซื้อมีบริการหลังการขาย หรือประกันสินค้าให้หรือเปล่า หากสินค้ามีปัญหาสามารถส่งซ่อมที่ไหนได้บ้าง เพราะบางร้านก็สักแต่จะขายอย่างเดียว แต่ไม่มีบริการอื่น ๆ ให้เลย ทั้งบริการติดตั้งหรือซ่อมบำรุง เมื่อสินค้ามีปัญหาที่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องหันไปพึ่งใคร
.
ข้อผิดพลาดเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากเลือกใช้บริการจาก MAXWELL เพราะเรามีกล้องวงจรปิดมาตรฐานอิสราเอลให้คุณได้เลือกสรรหลายรุ่น ซึ่งมีระบบที่ค่อนข้างเสถียรกว่าระบบกล้องวงจรปิดทั่วไป นอกจากนี้ เรายังมีทีมงานมืออาชีพสำหรับการติดตั้งและซ่อมบำรุงคอยช่วยเหลือตลอด พร้อมสต๊อกอะไหล่ทุกรายการ ไม่ต้องรอซ่อมนาน และยังมีประกันให้ถึง 2 ปีเต็ม
.
หากสนใจสั่งซื้อกล้องวงจรปิดกับ MAXWELL สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน
Hotline (24 ชั่วโมง) โทร. 085-485-3501 หรืออีเมล
support@maxwell.co.th

รู้หรือไม่ ค่าไฟเขาคิดแบบนี้ !

ทำไมค่าไฟเดือนนี้แพงจัง ? หลายบ้านน่าจะเคยมีคำถามแบบนี้กับตัวเอง และเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมมันถึงแพง นี่เขาคิดเงินเราเกินจริงหรือเปล่านะ…
.
วันนี้ MR.MAXWELL จะพาทุกคนไปคำนวณค่าไฟบ้านตัวเองกันว่า ค่าไฟที่เราโดนเรียกเก็บกับค่าไฟจริงตามมิเตอร์นั้น มันตรงกันหรือไม่ ?
.

ขั้นแรกเราลองมาคำนวณคร่าว ๆ กันก่อนว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นของเรา กินไฟไปประมาณเท่าไหร่

กำลังไฟฟ้า (วัตต์) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนั้น ๆ ÷ 1,000 x จำนวนชั่วโมงโดยประมาณที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วย (ยูนิต) ต่อวัน

เช่น หลอดไฟขนาด 50 วัตต์ จำนวน 10 ดวง ใช้งานวันละประมาณ 6 ชั่วโมง
= 50 x 10 ÷ 1,000 x 6 = 3 ยูนิตต่อวัน หรือ 90 ยูนิตต่อเดือน

จากนั้นให้คำนวณคร่าว ๆ แบบนี้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้าน เพื่อให้ได้จำนวนยูนิตต่อเดือน


ต่อไปเราลองนำจำนวนยูนิตต่อเดือนที่ได้ มาแปลงเป็นจำนวนค่าไฟกัน
สมมุติว่าจำนวนการใช้ไฟของเราอยู่ที่ประมาณ 969.75 ยูนิตต่อเดือน จะสามารถคำนวณค่าไฟโดยอิงข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ดังนี้

-35 ยูนิตแรก จะเหมาจ่ายอยู่ที่ 85.21 บาท

-115 ยูนิตต่อไป จะคิดราคายูนิตละ 1.1236 บาท
= 115 x 1.1236 = 129.21 บาท

-250 ยูนิตต่อไป จะคิดราคายูนิตละ 2.1329 บาท
= 250 x 2.1329 = 533.23 บาท

-400 ยูนิตขึ้นไป จะคิดราคายูนิตละ 2.4226 บาท
= (969.75-400) = 569.75 x 2.4226 = 1,380.28 บาท

รวมเป็นเงิน (85.21 + 129.21 + 533.23 + 1,380.28) = 2,127.93 บาท


ต้องบอกว่าอันนี้เป็นสูตรคำนวณเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ ยังไม่ได้รวม VAT หรือค่าบริการอื่น ๆ โดยคุณสามารถตรวจสอบค่าไฟด้วยตัวเองเพิ่มเติมได้ที่ www.mea.or.th/aboutelectric/116/280/form/11
.
การทดลองคำนวณค่าไฟด้วยตัวเองเบื้องต้น นอกจากจะช่วยให้เราประหยัดไฟได้มากขึ้น จากการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก ยังลดโอกาสในการเกิดเพลิงไหม้ได้อีกด้วย และถ้าหากกลัวว่าจะเกิดเพลิงไหม้แล้ว “บ้านหายเพราะไฟมา” แล้วละก็ แนะนำให้ติดตั้งระบบแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ (Smart Fire Alarm System) เอาไว้ เพื่อลดโอกาสในการเกิดเหตุไฟไหม้ที่ไม่คาดคิดครับ

มีคนอยู่บ้านตลอด จำเป็นต้องติดตั้งกันขโมยหรือไม่ ?

คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการติดตั้งสัญญาณกันขโมย เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก วุ่นวาย และมั่นใจไปเองว่าบ้านของเรามีความปลอดภัยดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตั้งสัญญาณกันขโมยหรอก
.


ยิ่งบางครอบครัวที่มีคนอยู่บ้านตลอด ยิ่งชะล่าใจใหญ่ เพราะมองว่ามีคนคอยดูแลบ้านให้อยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องติดตั้งสัญญาณกันขโมยให้เปลืองเงิน ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด !
.


ถึงแม้ว่าจะมีคนอยู่บ้านตลอด ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะสามารถสอดส่องดูแลทั่วทุกมุมบ้านได้ทุกวินาที เพราะทุกคนล้วนมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำ หรือบางครั้งก็อาจจะมีการงีบหลับระหว่างวันเพื่อพักผ่อน ซึ่งหากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายในช่วงที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ย่อมเกิดความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินแน่นอน
.


MR.MAXWELL อยากให้ทุกครอบครัวไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ใส่ใจกับความปลอดภัยของบ้านและคนในบ้านมากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมย เพราะสมัยนี้กันขโมยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น กล้องวงจรปิด สมาร์ทโฮม (ระบบบ้านอัจฉริยะ) รวมไปถึงสามารถแจ้งเตือนเหตุถึงเราทันทีผ่านApplication บนสมาร์ทโฟนได้ด้วย ถือว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันภัยที่น่าลงทุนสุด ๆ


.
คิดจะติดตั้งสัญญาณกันขโมย คิดถึง MAXWELL นะครับ เรามีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่พร้อมให้บริการและให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ สามารถติดต่อและสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่สายด่วน Hotline 085-485-3501

เลขบ้านมงคล เสริมฮวงจุ้ย 2020

ฮวงจุ้ยบ้านเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ครอบครัวค่อนข้างให้ความสำคัญ ซึ่งหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับฮวงจุ้ยบ้านก็คือ เลขบ้านมงคล เพราะเลขที่บ้านเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี และหลายคนก็มีความเชื่อว่าตัวเลขกับดวงเป็นของคู่กัน
.
วันนี้อาจารย์ MR.MAXWELL จะมาเผยคำพยากรณ์ของตัวเลขต่าง ๆ ให้ได้รับรู้โดยทั่วกัน มาดูกันสิว่าบ้านของเราจะตรงกับเลขอะไร และจะปังแบบที่คิดไว้หรือไม่ อ่านต่อได้เลยครับ…
.
ขั้นแรกเรามาคำนวณกันก่อนว่า เลขที่บ้านของเราตกที่เลขใด โดยวิธีการก็ไม่ยากเลย แค่เอาเลขที่บ้านทั้งหมดมาบวกกันทีละตัว (ถ้ามีเลขหมู่ให้บวกเข้าไปด้วย) เช่น
บ้านเลขที่ 732/18 หมู่ 1 วิธีคำนวณคือ 7+3+2+1+8+1 = 22 ถ้าได้ผลลัพธ์สองหลักแบบนี้ ให้เอาผลลัพธ์มาบวกกัน คือ 2+2 = 4 เท่ากับว่าบ้านของเราจะตกที่เลข 4 เมื่อคำนวณจนได้เลขหลักเดียวแล้ว ก็ไปดูคำพยากรณ์ของแต่ละเลขกันเลย
*คำเตือน: โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
.
หมายเลข 1
บ้านไหนที่มีเลข 1 ในเลขที่บ้าน ขอพยากรณ์ว่าจะเป็นบ้านที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น ขายอะไรก็ปัง หากทำอาชีพข้าราชการจะได้เป็นใหญ่เป็นโต มีลูกน้องและบริวารรายล้อมมากมาย
.
หมายเลข 2
ก็พอจะทำงานหาเงินเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ในระดับนึง แต่อาจจะมีติดขัดหรือฝืดเคืองบ้าง แอบมีหนี้สินอยู่พอตัว
.
หมายเลข 3
เลขนี้ต้องระวัง ! เพราะมักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง หรือขัดแย้งกันบ่อยภายในครอบครัว
.
หมายเลข 4
บ้านไหนที่ทำอาชีพค้าขาย ขอให้มองหาเลขนี้เอาไว้เลย เพราะเป็นเลขที่เหมาะกับพ่อค้าแม่ขาย ช่วยให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
.
หมายเลข 5
เลขนี้อยู่ในระดับกลาง ๆ ชีวิตไม่ได้ดีไม่ได้ร้าย เป็นกลางสำหรับทุกอาชีพ
.
หมายเลข 6
เหมาะกับบ้านที่ทำการค้าขายเป็นที่สุด ! แต่ถ้าทำงานสายราชการอาจจะไม่ค่อยสมดั่งใจสักเท่าไหร่
.
หมายเลข 7
ชีวิตค่อนข้างเหนื่อย ถึงจะทำงานหนักแค่ไหนเงินก็ไม่ค่อยเหลือ เพราะมีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายตลอด ทำให้ชักหน้าไม่ค่อยจะถึงหลัง
.
หมายเลข 8
เลขนี้เกี่ยวกับราหู แต่จะรุ่งหรือร่วงขึ้นอยู่กับดวงของคนในบ้าน ถ้าคนในบ้านดวงดีชีวิตก็ดี แต่ถ้าดวงไม่ดีก็อาจจะเป็นทุกข์หนัก ยิ่งถ้าดวงไม่ค่อยแข็งก็อาจจะพบเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันได้ เช่น โดนหักหลัง ผิดหวังในชีวิต หรือมีเรื่องชู้สาว
.
หมายเลข 9
เลข 9 มักจะเป็น เลขมงคล ของใครหลาย ๆ คน ซึ่งก็ถูกครับ เลขนี้เป็นเลขที่ดีมาก คิดทำอะไรก็มีมิตรสหายคอยช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ตลอด
.
แต่ถึงจะมีเลขบ้านดีก็ไม่ได้แปลว่าจะโชคดีมีชัยเสมอไป ควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของบ้านด้วย เพราะแค่เลขบ้านคงไม่สามารถป้องกันภัยร้ายได้ แนะนำให้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสัญญาณกันขโมยกับ Maxwell ดีกว่า ไม่ว่าจะเจอเหตุด่วนเหตุร้ายยังไงก็ไม่มีหวั่น เพราะสามารถแจ้งเตือนได้อย่างทันควัน ช่วยให้ระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว

 

เลือกซื้อประตูบ้านอย่างไร ให้ถูกใจและถูกกับบ้าน

เลือกซื้อประตูบ้านอย่างไรให้ถูกใจและถูกกับบ้าน น่าจะเป็นหนึ่งในปัญหาของบางครอบครัวที่เพิ่งมีบ้านใหม่ หรือบ้านหลังเดิมที่อยากจะต่อเติม หรือซื้อใหม่เพื่อมาเปลี่ยนแทนประตูบานเก่าที่อยู่กับเรามาเนิ่นนาน จนเริ่มจะผุพัง

การเลือกซื้อประตูสักบานนั้น จะต้องอาศัยความละเอียดและรอบคอบในการพิจารณาด้วย เพราะมีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยตรง โดยจะมีอยู่ 6 สิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญก่อนเลือกซื้อประตูบ้าน…

1. ตำแหน่งสำหรับติดตั้งประตู

สำรวจพื้นที่รอบบริเวณบ้านก่อนว่า จะติดตั้งประตูตรงจุดไหนและห้องใดบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่จะใช้ประตูไม่เหมือนกัน เช่น ต้องการติดตั้งประตูภายนอกบ้าน ควรเลือกใช้เป็นประตูไม้เนื้อแข็งที่มีความทนแดด ทนฝน เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า เป็นต้น

2. เลือกประตูตามลักษณะการใช้งาน

ในแต่ละส่วนของบ้านมีความต้องการแสงสว่างที่ไม่เท่ากัน ซึ่งประตูก็มีผลต่อแสงที่จะเข้ามาในห้อง จึงต้องเลือกประตูตามความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น หากเป็นห้องที่ต้องการความมิดชิด ควรเลือกประตูแบบทึบทั้งหมด หากต้องการให้มีแสงสว่างเข้าถึงบ้าง ควรเลือกประตูแบบมีกระจก หรือถ้าหากต้องการให้ห้องมีอากาศถ่ายเท ควรเลือกใช้ประตูแบบมีบานเกล็ด

3. ขนาดของประตู

ควรเลือกขนาดของประตูให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งาน หากมีการติดวงกบแล้ว ควรเลือกขนาดประตูให้พอดีกับวงกบ แต่ถ้ายังไม่ได้ติดก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อว่า ต้องการความกว้าง ความยาว และความสูงเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่รู้จะเลือกขนาดเท่าไหร่ดี เราก็มีขนาดประตูมาตรฐานมาให้ศึกษากัน
– ประตูห้องน้ำ ขนาด 70×200 หรือ 70×180เซนติเมตร
– ประตูห้องนอน และประตูหลังบ้าน ขนาด 80×200 หรือ 90×200 เซนติเมตร
– ประตูบานเดี่ยวหน้าบ้าน หรือประตูทั่วไป ขนาด 90×200หรือ 100×200 เซนติเมตร

4. ลวดลายและรูปแบบของประตู

อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยมของผู้ซื้อ รวมไปถึงความเหมาะสมกับสไตล์การตกแต่งบ้าน และไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว ไม่มีกฎการเลือกซื้อที่ตายตัว

5. คำนวณงบประมาณ

จะได้ประตูคุณภาพดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เรามีด้วย เหมือนที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “คุณภาพตามราคา” แต่ก็ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วยหากจะซื้อประตูราคาแพง ว่าคุณภาพสินค้าและฟังก์ชันของมันเหมาะสมกับราคาที่ต้องจ่ายหรือเปล่า

6. ตรวจเช็คความเรียบร้อยของประตูก่อนออกจากร้าน

ไม่ว่าจะซื้อสินค้าอะไรก็ตาม โดยเฉพาะเวลาไปเลือกซื้อที่หน้าร้านหรือศูนย์ต่าง ๆ ควรตรวจเช็คสภาพสินค้าทุกครั้งว่ามีความเสียหาย ชำรุด หรือตำหนิตรงไหนหรือเปล่า ก่อนที่จะจ่ายเงินหรือออกจากร้าน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ยุ่งยากและเสียเวลา เพราะบางร้านก็ไม่ได้มีนโยบายรับเคลมสินค้าเมื่อลูกค้าออกจากร้านไปแล้ว ดังนั้นควรดูให้ดีเสียก่อน

Cr. livinginsider.com

หวังว่าทุกท่านจะสามารถตัดสินใจเลือกซื้อประตูกันได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่ไม่ว่าจะเลือกประตูแบบไหน ก็สามารถป้องกันภัยร้ายได้มากขึ้น ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับการเปิด การทุบ ประตู/ หน้าต่าง แบบไร้สายจาก Maxwell เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัวครับ

หากสนใจติดตั้งหรือสั่งซื้ออุปกรณ์ตรวจจับการเปิด การทุบ ประตู/ หน้าต่าง หรืออุปกรณ์ป้องกันภัยอื่น ๆ สามารถติดต่อ Maxwell ได้ที่เบอร์ 085-485-3501 ตลอด 24 ชั่วโมง

กล้องวงจรปิดที่เราเห็น มันเป็นประเภทไหนกัน ?

รู้ไว้ก่อนซื้อ กล้องวงจรปิด มีกี่ประเภท ?

“กล้องวงจรปิด” เป็นสิ่งที่หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ ในยุคนี้ แถมมีให้เลือกเยอะแยะมากมายหลายยี่ห้อไปหมด แต่ก่อนที่จะไปนั่งคิดว่าจะซื้อกล้องวงจรปิดแบรนด์ไหนดี อยากให้มาโฟกัสกันที่ประเภทของกล้องกันก่อน เพราะจะได้เลือกซื้อเลือกใช้กันได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
.
วันนี้ MR.MAXWELL ขอแชร์ลิสต์ประเภทของกล้องวงจรปิด ที่คนส่วนใหญ่นิยมติดตั้งมากที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดของทุก ๆ บ้าน

กล้องวงจรปิดมาตรฐาน (Standard Camera/ Box Camera)
กล้องวงจรปิดมาตรฐาน เป็นกล้องวงจรปิดทรงกระบอกที่เราพบเห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป สามารถติดตั้งได้ทุกพื้นที่ แต่แนะนำว่าให้ติดตั้งในบริเวณที่มีแสงสว่างตลอดจะดีกว่า ความพิเศษของกล้องวงจรปิดมาตรฐานก็คือ สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ เพื่อให้ได้มุมมองภาพที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

กล้องวงจรปิดอินฟราเรด (Infrared Camera หรือ IR Camera)
กล้องวงจรปิดอินฟราเรด เป็นกล้องที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน เพราะสามารถจับภาพในที่ที่มืดสนิทได้ เนื่องจากได้ความสว่างจากหลอด LED ทำให้สามารถมองเห็นวัตถุในที่มืดได้นั่นเอง ส่วนวิธีการเลือกซื้อนั้น ให้เลือกจากระยะของอินฟราเรด เช่น ระยะ 10 เมตร, ระยะ 30 เมตร หรือตามที่เราต้องการใช้งานจริง และกล้องประเภทนี้สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

กล้องวงจรปิดแบบโดม (Dome Camera)
กล้องวงจรปิดแบบโดม เป็นกล้องที่มีลักษณะเป็นทรงครึ่งวงกลม มีขนาดเล็กและกะทัดรัด จุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ก็คือสามารถปรับมุมกล้องได้ 360 องศา และด้วยความโค้งมนของทรงครึ่งวงกลม ทำให้ตัวกล้องสามารถหลีกเลี่ยงการโดนโยนผ้าปิดกล้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังให้ความเรียบร้อย สวยงาม ดูดี ไม่เกะกะสายตาเมื่อติดตั้งด้วย

กล้องวงจรปิดแบบสปีดโดม (Speed Dome Camera)
กล้องวงจรปิดแบบสปีดโดม มีความคล้ายกับกล้องแบบโดมก็คือสามารถหมุนรอบตัวเองได้ แต่ความต่างก็คือนอกจากกล้องจะหมุนได้ 360 องศาแล้ว ยังสามารถแพนกล้องซ้าย-ขวา ก้มเงย และซูม รวมไปถึงตั้งให้กล้องหมุนเองได้อัตโนมัติตามจุดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ได้ด้วย ซึ่งมีทั้งแบบติดตั้งภายในและภายนอกอาคารเลย และที่สาคัญคือต้องสั่งงานผ่านเครื่องบันทึกหรือคีย์บอร์ดควบคุม หรือจะควบคุมทางไกลผ่านทาง Internet ก็ได้

กล้องวงจรปิด IP Camera (Internet Protocol Address)
กล้องวงจรปิด IP Camera เป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Internet ได้ด้วยตัวเอง เพราะด้วยตัวกล้องที่มีเลข IP เหมือนกับคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถทราบตำแหน่งได้ว่าอุปกรณ์อยู่ตรงไหน นอกจากนี้ การที่กล้องสามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้ ก็ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Application ให้เราสามารถดูภาพเหตุการณ์ได้ทุกที่ทุกเวลา

กล้องวงจรปิด Analog HD (AHD Camera)
กล้องวงจรปิด Analog HD เป็นกล้องระบบอะนาล็อกที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเรื่องของความคมชัดของภาพ สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 500 เมตร โดยที่ไม่มีอาการหน่วงเมื่อเทียบกับกล้องประเภทอื่น สามารถบันทึกเหตุการณ์ด้วยเครื่องบันทึก DVR ผ่านระบบ P2P ทำให้สามารถดูภาพเหตุการณ์แบบสด ๆ หรือย้อนหลังได้ทุกที่ทุกเวลาบนสมาร์ทโฟน และสามารถรองรับกล้องได้สูงสุดถึง 16 ตัว

หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว หวังว่าทุกคนจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกซื้อกล้องวงจรปิดประเภทไหนดี ให้เหมาะกับการใช้งานและเหมาะกับบ้าน/ ที่ทำงานของเรามากที่สุด แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้เกี่ยวกับกล้องวงจรปิด สามารถปรึกษา MR.MAXWELL ได้นะ เรามีทีมงานคุณภาพที่พร้อมจะดูแลและให้คำปรึกษาอยู่ตลอด

ยกระดับความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของคุณด้วยกล้องวงจรปิด WiFi AI จาก MAXWELL

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญ กล้องวงจรปิดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและทรัพย์สินของคุณได้ กล้องวงจรปิด WiFi AI จาก MAXWELL มาพร้อมเทคโนโลยี image processing ที่เป็นมากกว่าแค่กล้องวงจรปิดทั่วไป ให้คุณมั่นใจได้ว่าบ้านและทรัพย์สินของคุณจะปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามสั่งซื้อ iRISCO Smart Home ระบบกันขโมย สัญญาณกันขโมย ระบบเปิดปิดไฟอัจฉริยะ จาก MAXWELL หรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Tel. 02-374-4060
E-mail: support@maxwell.co.th
Line @maxwellsecurity
Facebook : https://www.facebook.com/RiscoDistributorThailand/
สายด่วน Hotline (24 ชั่วโมง) 085-485-3500
หรือติดต่อพนักงานขาย 085-485-3501